5 วิธีตกแต่งภายในให้ออกมาตรงใจ ไม่อยากรื้อแก้ทีหลัง

ใครกำลังจะแต่งบ้าน หรือตกแต่งภายใน คงมีโฟลเดอร์เก็บภาพห้องสวยๆ ไว้เต็มมือถือ แต่เชื่อไหมว่าห้องที่สวยในรูป พอเอามาอยู่จริงอาจไม่ใช่แบบนั้น บางบ้านสวยมากวันส่งมอบ แต่อยู่ไปสามเดือนเริ่มหงุดหงิด ตู้เปิดชนกัน คราบเช็ดไม่ออก รอยต่อเก็บไม่เรียบ สุดท้ายต้องเสียเงินรื้อแก้ทั้งที่เพิ่งทำเสร็จ

ความต่างระหว่างบ้านที่ “สวยแค่วันแรก” กับบ้านที่ “อยู่แล้วชอบขึ้นทุกวัน” ไม่ได้อยู่ที่งบมากหรือน้อย แต่อยู่ที่การวางแผนก่อนเริ่ม บทความนี้รวม 5 วิธีคิดที่อยากให้เจ้าของบ้านทุกคนรู้ก่อนลงมือ จะจ้างนักออกแบบหรือคุมงานเองก็ใช้ได้ทั้งนั้น

Table of Contents

วิธีที่ 1 ออกแบบจากชีวิตจริงของคนในบ้าน ไม่ใช่จากรูปที่เซฟไว้

ก่อนเปิดดูแบบหรือเลือกสีผนัง ลองนั่งจดกันก่อนว่าบ้านนี้มีใครอยู่บ้าง แล้วแต่ละคนใช้ชีวิตยังไง

มีลูกเล็กไหม ถ้ามี วัสดุต้องเช็ดง่ายและไม่มีมุมแหลม มีพ่อแม่ผู้สูงอายุอยู่ด้วยไหม พื้นต้องไม่ลื่น แสงต้องสว่างพอ เลี้ยงแมวเลี้ยงหมาหรือเปล่า ผิวเฟอร์นิเจอร์ต้องทนเล็บและไม่เก็บขน แล้วใครเป็นคนทำความสะอาดบ้าน ถ้าคือตัวคุณเอง เชื่อเถอะว่าวัสดุที่เช็ดถูง่าย ไม่เก็บฝุ่นตามร่องลึก จะเป็นเพื่อนรักของคุณไปอีกสิบปี

ส่วนเรื่องสไตล์ ไม่ต้องฝืนตามเทรนด์ เลือกจากสิ่งที่คุณมองแล้วสบายตาทุกวันดีกว่า หลักง่ายๆ คือถามตัวเอง 3 ข้อ ชอบสีโทนไหน ชอบรูปทรงเรียบหรือมีลูกเล่น ชอบผิวสัมผัสแบบด้านอบอุ่นหรือเงาหรูหรา ชอบโปร่งโล่งให้ไปทางโทนอ่อน ผิวด้าน ลายไม้ ชอบพรีเมียมให้ลองโทนเข้มตัดกับกระจกหรือโลหะสีทอง เพราะบ้านนี้คุณคือคนอยู่ ไม่ใช่คนในรูป

วิธีที่ 2 อย่าใช้วัสดุแบบเดียวทั้งบ้าน เพราะแต่ละห้องเจอศึกไม่เท่ากัน

หลายบ้านพลาดตรงเลือกวัสดุจากความสวยอย่างเดียว ทั้งที่แต่ละมุมบ้านเจอสภาพต่างกันมาก ลองแบ่งบ้านเป็นโซนแบบนี้ดู

ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นเป็นโซนแห้ง เลือกสวยได้เต็มที่ แค่ระวังวัสดุผิวเงาตรงจุดแดดส่อง จะสะท้อนแสงแยงตา ห้องน้ำ โซนซักล้าง ครัวไทย คือโซนเปียก วัสดุต้องทนน้ำ ไม่บวม และต้องมีกันซึมใต้ผิวที่ได้มาตรฐาน จุดที่มือจับทุกวันอย่างมือจับตู้ ขอบเคาน์เตอร์ มุมผนัง ให้เลือกผิวด้านหรือผิวปัดลายที่พรางรอยนิ้วมือ ส่วนริมหน้าต่างหรือระเบียงที่แดดจัด ต้องเลือกวัสดุทนยูวี ไม่งั้นสีซีดกรอบแตกให้เห็นภายในปีสองปี

อีกเรื่องที่เจ้าของบ้านมักไม่รู้คือ วัสดุผิวมันเงาช่วยให้ห้องดูกว้างก็จริง แต่มันฟ้องทุกอย่าง ทั้งรอยนิ้วมือและความไม่เรียบของผนัง ถ้าผนังบ้านคุณฉาบมาไม่เรียบ ติดวัสดุเงาทับจะเห็นเป็นคลื่นชัดกว่าเดิม

วิธีที่ 3 อย่าเพิ่งเชื่อสีที่เห็นในโชว์รูม จนกว่าจะเอามาวางในบ้านตัวเอง

เคยไหม เลือกสีจากโชว์รูมหรือหน้าจอมาอย่างดี พอของมาส่งที่บ้านกลับรู้สึกว่าไม่ใช่สีเดิม นั่นเพราะไฟโชว์รูมถูกจัดมาให้สินค้าดูดีที่สุด ส่วนแสงในบ้านเราเปลี่ยนโทนตลอดทั้งวัน

ทางแก้ง่ายมาก ก่อนสั่งของล็อตใหญ่ ขอชิ้นตัวอย่างมาวางในห้องที่จะติดจริง แล้วดู 3 ช่วง เช้าที่แดดส่อง บ่ายที่แสงเปลี่ยนทิศ และกลางคืนตอนเปิดไฟบ้านตัวเอง ถ้าชอบครบทั้งสามช่วงค่อยตัดสินใจ วิธีนี้ช่วยเซฟเงินจากการสั่งของผิดสีมานักต่อนักแล้ว

และถ้าต้องสั่งจำนวนมาก ถามผู้ขายด้วยว่าสีต่างล็อตผลิตเพี้ยนกันไหม วัสดุบางชนิดผลิตคนละรอบสีจะคลาดกันนิดหน่อย สั่งเผื่อในล็อตเดียวตั้งแต่แรกอุ่นใจกว่า

วิธีที่ 4 ทุ่มงบกับสิ่งที่แก้ยาก ส่วนของสวยๆ ค่อยเติมทีหลังได้

งบแต่งบ้านไม่เคยพอสำหรับทุกอย่างที่อยากได้ เทคนิคของเจ้าของบ้านที่คุมงบเก่งคือ เทงบให้ “สิ่งที่ฝังอยู่กับบ้านแล้วแก้ยาก” ก่อน เช่น ระบบท่อน้ำ สายไฟ การปรับพื้นผนังให้เรียบได้ฉาก และวัสดุปิดผิวถาวร เพราะของพวกนี้แก้ทีหลังคือรื้อ ส่วนโซฟา โคมไฟ ของแต่งบ้าน ค่อยทยอยเติมเมื่อไหร่ก็ได้ และอย่าลืมกันงบสำรองไว้ก้อนหนึ่ง เผื่อเปิดหน้างานแล้วเจอปัญหาที่มองไม่เห็นจากภายนอก

เรื่องลำดับงานก็ต้องรู้ไว้กันช่างข้ามขั้น งานฝุ่นงานชื้นอย่างปูน ฝ้า ท่อ ต้องเสร็จก่อน แล้วค่อยงานสี บิ้วอิน และปิดผิวตกแต่งเป็นลำดับท้าย ก่อนเซ็นสั่งของทุกครั้ง เดินเช็กหน้างานกับช่าง 4 จุด วัดระยะจริงเพราะผนังบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ฉากเป๊ะตามแบบ เช็กตำแหน่งปลั๊กสวิตช์ว่าไม่โดนตู้บัง ลองระยะเปิดประตูลิ้นชักว่าไม่ชนอะไร และเผื่อช่องเข้าถึงวาล์วน้ำ ท่อแอร์ ไว้ให้ช่างซ่อมในอนาคตด้วย

วิธีที่ 5 ใส่ใจขอบและรอยต่อ จุดเล็กๆ ที่บอกว่าบ้านคุณงานเนี้ยบแค่ไหน

เวลาไปบ้านใครแล้วรู้สึกว่า “บ้านนี้ทำมาดีจัง” ลองสังเกตดู ความรู้สึกนั้นมักมาจากจุดเล็กๆ อย่างรอยต่อระหว่างวัสดุ เช่น กระเบื้องชนพื้นไม้ หรือมุมผนังที่เก็บมาคม ถ้าจุดพวกนี้เก็บไม่ดี ต่อให้ของแพงแค่ไหนงานก็ดูดรอป แถมบางจุดยังมีขอบคมอันตรายกับเด็กในบ้านด้วย

ตัวช่วยที่นักออกแบบนิยมใช้คือคิ้วตกแต่งโลหะสำหรับปิดรอยต่อและเก็บมุม ถ้าคุณกำลังคุยแบบกับช่างหรือนักออกแบบอยู่ ลองถามถึงการเก็บขอบด้วยสแตนเลสเส้นคิ้วดู อย่างของ NARA เรามีให้เลือกทั้งเส้นแบน ตัวยู (U) ตัวที (T) และฉากเข้ามุม ผลิตจากสแตนเลสเกรด SUS304 ที่แข็งแรง เช็ดดูแลง่าย หรือถ้าอยากให้ผนังหรือเฟอร์นิเจอร์มีลูกเล่นพิเศษ มีแผ่นสแตนเลสสีระบบ e-PVD Coating ให้เลือกกว่า 90 เฉด

ที่เจ้าของบ้านน่าจะชอบคือ สั่งตัดพับตามขนาดบ้านเราจริงๆ ได้ ไม่มีขั้นต่ำ เริ่มแค่ 1 ชิ้นก็สั่งได้ และขอชิ้นตัวอย่างจริงมาเทียบสีในบ้านก่อนตัดสินใจได้ตามวิธีที่ 3 เลย พร้อมรับประกันคุณภาพนาน 10 ปีตามเงื่อนไขของแบรนด์ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าวิธีสั่งซื้อสินค้า

ก่อนรับมอบบ้าน เช็กอีกนิดให้จบสวย

สามเรื่องสุดท้ายที่อยากฝากไว้ หนึ่ง อย่าปล่อยให้ช่างตัดสินใจแทนคุณในจุดที่แบบไม่ได้ระบุ เช่น ทิศทางลายไม้ลายหิน คุยให้จบก่อนเริ่มงาน สอง ฟิล์มกันรอยบนวัสดุตกแต่ง ให้ลอกออกเมื่อหน้างานหมดฝุ่นและตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ ทิ้งไว้นานโดยเฉพาะจุดโดนความร้อน คราบกาวจะฝังจนเช็ดไม่ออก และสาม ช่วงแรกก่อนย้ายเข้า เปิดหน้าต่างระบายอากาศบ่อยๆ เพราะกาวและสีใหม่มักมีสารระเหย (VOCs) ตกค้าง

บ้านที่ดีไม่ใช่บ้านที่ถ่ายรูปสวยที่สุด แต่คือบ้านที่ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าตัดสินใจถูก วางแผนตาม 5 วิธีนี้ตั้งแต่วันแรก แล้วบ้านในฝันของคุณจะเป็นบ้านที่อยู่จริงได้สบายไปอีกนาน

หากคุณกำลังมองหาวัสดุตกแต่งภายในที่ช่วยยกระดับบ้านให้ดูเรียบร้อยและมีดีไซน์ ให้ NARA เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานเก็บขอบกระเบื้อง งานตกแต่งผนัง งานบิ้วอิน หรือมุมไหนของบ้านที่อยากให้ดูพิเศษขึ้น ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกรูปแบบคิ้ว เฉดสีที่เข้ากับโทนบ้าน ไปจนถึงการเตรียมขนาดสั่งผลิตให้พอดีกับหน้างานจริง แม้ยังอยู่ในขั้นตอนดูแบบหรือเพิ่งเริ่มหาไอเดีย ก็ทักมาพูดคุยกันก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้แบบเสร็จสมบูรณ์ ดูรายละเอียดสินค้าและสอบถามเพิ่มเติมคลิก

คำถามที่พบบ่อย 

ควรเริ่มต้นวางแผนตกแต่งภายในจากจุดไหน?

เริ่มจากสำรวจพฤติกรรมการใช้งานของคนในบ้าน ว่าแต่ละห้องใครใช้ทำอะไร มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงหรือไม่ จากนั้นจึงกำหนดสไตล์และเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เพื่อให้บ้านดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

จะคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้อย่างไร?

จัดลำดับความสำคัญโดยลงทุนกับงานระบบและโครงสร้างที่แก้ไขยากก่อน เช่น ระบบไฟ ท่อน้ำ การปรับระดับพื้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทยอยซื้อได้ และต้องเผื่องบสำรองฉุกเฉินไว้เสมอสำหรับปัญหาหน้างานที่คาดไม่ถึง

ทำไมต้องขอตัวอย่างวัสดุมาดูที่หน้างานจริง?

เพราะแสงในโชว์รูมกับแสงธรรมชาติในบ้านต่างกัน การนำชิ้นตัวอย่างมาวางเทียบในห้องที่จะติดตั้งจริง และดูสีในช่วงเวลาต่างๆ จะช่วยให้เห็นสีที่แท้จริงและป้องกันปัญหาการเลือกสีเพี้ยน

รอยต่อระหว่างวัสดุต่างชนิดกันควรจัดการอย่างไร?

ไม่ควรนำวัสดุต่างชนิดมาชนกันเฉยๆ เพราะอาจเกิดปัญหาการยืดหดตัวไม่เท่ากัน หรือขอบบิ่นแตก ควรใช้คิ้วตกแต่ง กรุยเชิง หรือเส้นโลหะ เช่น สแตนเลส มาเป็นตัวจบงาน เพื่อความสวยงามและป้องกันขอบคม

การใช้วัสดุสแตนเลสตกแต่งในบ้านต้องดูแลรักษาอย่างไร?

ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปเช็ดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด-ด่างรุนแรงหรือแผ่นใยขัดที่อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วน เพื่อรักษาสภาพผิวให้สวยงาม

Similar Posts